หน่วยที่ 4 มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

หน่วยที่ 4 มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก

              หน่วยที่ 4 มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก

                          ทศชาติชาดก

ทศชาติชาดก เป็นชาดกที่สำคัญ กล่าวถึง ๑๐ พระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า หรือ เจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์ ชาดกทั้ง ๑๐ เรื่อง

มีดังนี้

– พระชาติที่ ๑ เตมียชาดก เพื่อบำเพ็ญเนกขัมมบารมี

– พระชาติที่ ๒ มหาชนกชาดก เพื่อบำเพ็ญวิริยบารมี

– พระชาติที่ ๓ สุวรรณสามชาดก เพื่อบำเพ็ญเมตตาบารมี

– พระชาติที่ ๔ เนมิราชชาดก เพื่อบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

– พระชาติที่ ๕ มโหสถชาดก เพื่อบำเพ็ญปัญญาบารมี

– พระชาติที่ ๖ ภูริทัตตชาดก เพื่อบำเพ็ญศีลบารมี

– พระชาติที่ ๗ จันทชาดก เพื่อบำเพ็ญขันติบารมี

– พระชาติที่ ๘ นารทชาดก เพื่อบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

– พระชาติที่ ๙ วิทูรชาดก เพื่อบำเพ็ญสัจจบารมี

– พระชาติที่ ๑๐ เวสสันดรชาดก เพื่อบำเพ็ญทานบารมี

เพื่อให้จำง่าย มักนิยมท่องโดยใช้พยางค์แรกของแต่ละชาติ คือ เต , ชะ , สุ , เน , มะ , ภู , จะ , นา , วิ , เว สำหรับพระชาติสุดท้าย เป็นชาติที่สำคัญที่สุด และ บำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ครบสมบูรณ์ คือ เวสสันดรชาดก หรือ เรื่องพระเวสสันดร นั่นเอง

วิดีโอ

มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก

http://youtu.be/XgmXr9Ts_t

 

มูลเหตุของการเทศน์เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก

 

มูลเหตุที่เกิดเทศน์มหาชาตินั้นมาจาก ฝนโบกขรพรรษ ซึ่งเป็นฝนพิเศษ มีสีแดงประดุจน้ำครั่ง เวลาตกลงมา ใครต้องการให้เปียกจึงเปียก ใครไม่ต้องการให้เปียกก็ไม่เปียก เมื่อตกลงมาแล้วไม่ขังอยู่แต่จะซึมลงไปในดินทันที

ฝนโบกขรพรรษนี้ ตกเมื่อคราวพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระราชบิดาและพระญาติวงศ์ที่เมืองกบิลพัสดุ์ แล้วทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ปราบพยศพระญาติวงศ์ผู้ใหญ่ที่แสดงความกระด้างกระเดื่องไม่ยอมกราบไหว้พระองค์ จึงทรงบันดาลให้เกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมาจนทำให้พระญาติเหล่านั้นละทิฐิมานะ ถวายมนัสการแด่พระองค์โดยทั่วกัน พระสงฆ์สาวกเห็นอัศจรรย์จึงทูลถามขึ้น พระองค์ทรงตรัสว่า “ ฝนนี้เคยตกมาก่อน เมื่อเราเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรโพธิสัตว์ ” พระสงฆ์ทูลอาราธนา พระพุทธองค์จึงตรัสเล่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก

หลักการพิจารณาคดีและวรรณกรรม

ความหมาย

การพินิจ คือ การพิจารณาตรวจตรา พร้อมทั้งวิเคราะห์แยกแยะและประเมินค่าได้

ทั้งนี้นอกจากจะได้ประโยชน์ต่อตนเองแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อนำไปแสดงความคิดเห็นและข้อเท็จจริงให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย เช่น การพินิจวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อแนะนำให้บุคคลทั่วไปที่เป็นผู้อ่านได้รู้จักและได้ทราบรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ใครเป็นผู้แต่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร มีประโยชน์ต่อใครบ้าง ทางด้านใด ผู้พินิจมีความเห็นว่าอย่างไร คุณค่าในแต่ละด้านสามารถนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวัน

แนวทางในการพินิจวรรณคดีและวรรณกรรม

การพินิจวรรณคดีและวรรณกรรมมีแนวให้ปฏิบัติอย่างกว้าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมงานเขียนทุกชนิด ซึ่งผู้พินิจจะต้องดูว่าจะพินิจหนังสือชนิดใด มีลักษณะเฉพาะอย่างไร ซึ่งจะมีแนวในการพินิจที่จะต้องประยุกต์หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานเขียนนั้น ๆ

หลักเกณฑ์กว้าง ๆ ในการพินิจวรรณคดีและวรรณกรรม มีดังนี้

๑. ความเป็นมา หรือ ประวัติของหนังสือและผู้แต่ง

เพื่อช่วยให้วิเคราะห์ในส่วนอื่น ๆ ได้ดีขึ้น

๒. ลักษณะคำประพันธ์

๓. เรื่องย่อ

๔. เนื้อเรื่อง

ให้วิเคราะห์เรื่องตามหัวข้อต่อไปนี้ตามลำดับ โดยบางหัวข้ออาจจะมี หรือไม่มี

ก็ได้ตามความจำเป็น เช่น โครงเรื่อง ตัวละคร ฉาก วิธีการแต่ง ลักษณะการดำเนินเรื่อง การใช้ถ้อยคำสำนวนในเรื่อง ท่วงทำนองการแต่ง วิธีคิดที่สร้างสรรค์ ทัศนะหรือมุมมองของผู้เขียน เป็นต้น

๕. แนวคิด จุดมุ่งหมาย

เจตนาของผู้เขียนที่ฝากไว้ในเรื่อง หรือบางทีก็แฝงเอาไว้ในเรื่อง ซึ่งจะต้อง

วิเคราะห์ออกมา

๖. คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม

ซึ่งโดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น ๔ ด้านใหญ่ ๆ และกว้าง ๆ เพื่อความครอบคลุม

ในทุกประเด็น ซึ่งผู้พินิจจะต้องไปแยกแยะหัวข้อย่อยให้สอดคล้องกับลักษณะหนังสือ

ที่จะพินิจนั้น ๆ ตามความเหมาะสมต่อไป

การพินิจคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม

มี ๔ ประเด็นดังนี้

๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

คือ ความไพเราะของบทประพันธ์ ซึ่งอาจจะเกิดจากรสของคำที่ผู้แต่งเลือกใช้

และรสความที่ให้ความหมายกระทบใจผู้อ่าน

๒. คุณค่าด้านเนื้อหา

คือ การให้ความรู้ด้านต่าง ๆ ให้คุณค่าทางปัญญาและความคิดแก่ผู้อ่าน

๓. คุณค่าด้านสังคม

วรรณคดีและวรรณกรรมสะท้อนให้เห็นภาพของสังคมในอดีตและวรรณกรรมที่ดี

สามารถจรรโลงสังคมได้อีกด้วย

๔. การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

เพื่อให้ผู้อ่านได้ประจักษ์ในคุณค่าของชีวิต ได้ความคิดและประสบการณ์จาก

เรื่องที่อ่าน และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต นำไปเป็นแนวปฏิบัติหรือแก้ปัญหา

คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลต่าง ๆ คำราชาศัพท์เป็นการกำหนดคำ และ ภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อย แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่มีคำหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็นลักษณะพิเศษของภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งใช้กับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

– พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

– พระบรมวงศานุวงศ์

– พระภิกษุสงฆ์ สามเณร

– ขุนนาง ข้าราชการ

– สุภาพชน

ภาษาที่ใช้ในคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ไม่ได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพท์เป็นการใช้ด้วยความตั้งใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกยกย่อง เทิดทูน จึงเจาะจงรับคำในภาษาต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์

คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย

ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยได้ติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทั้งหลายเหล่านั้น มีบางภาษาที่เรายกย่องกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันสกฤต นอกจากนี้ภาษาอื่น ๆ ก็นำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์บ้าง แต่ก็ไม่มากและสังเกตได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้งภาษาต่างประเทศและภาษาไทยของเราเอง

การสร้างคำราชาศัพท์

๑. วิธีใช้คำประกอบหน้าคำราชาศัพท์

– พระบรมราช ใช้ประกอบหน้าคำเพื่อให้เห็นว่าสำคัญยิ่ง ในกรณีที่ต้องการเชิดชูพระราช

อำนาจ เช่น พระบรมราชโองการ , พระบรมราชชนนี , พระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ

– พระบรม ใช้ประกอบหน้าคำเพื่อให้เห็นว่าสำคัญยิ่ง ในกรณีที่ต้องการเชิดชูพระราช

อิสริยยศ เช่น พระบรมศพ , พระบรมโอรสาธิราช , พระบรมโพธิสมภาร ฯลฯ

– พระราช ใช้ประกอบหน้าคำเพื่อให้เห็นว่าสำคัญรองมาจาก พระบรม เพื่อแสดงให้เห็นว่า

เป็นสิ่งเฉพาะขององค์พระเจ้าแผ่นดิน เช่น พระราชอำนาจ , พระราชทรัพย์ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังอาจใช้คำอื่น ๆ อีกโดยเรียงตามลำดับความสำคัญได้ดังนี้ คือ

พระบรมอรรคราช , พระบรมมหาราช , พระบรมมหา , พระบรมราช , พระบรม ,

พระอัครราช , พระอัคร , พระมหา , พระราช

๒. วิธีใช้คำประกอบหลังคำราชาศัพท์

– ทรง ใช้ประกอบหลังคำนาม เพื่อเป็นคำนามราชาศัพท์

– ต้น ใช้ประกอบหลังคำนามสำคัญทั่วไป เพื่อทำให้เป็นคำนามราชาศัพท์ มักใช้กับ

สิ่งที่โปรดเป็นพิเศษ

– หลวง ใช้ประกอบหลังคำนามสามัญทั่วไป เพื่อให้เป็นนามราชาศัพท์

– พระที่นั่ง ใช้ประกอบหลังคำนามสามัญ เพื่อให้เป็นนามราชาศัพท์ มีความหมายว่า

เป็นที่ประทับส่วนพระองค์

 

ตัวอย่างคำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

๑. เกิด – ทรงพระราชสมภพ ( พระราชา , พระราชินี , พระบรมราชชนนี , พระยุพราช ,

พระบรมราชกุมาร , พระบรมราชกุมารี )

– ประสูติ , สมภพ ( พระราชวงศ์ )

( ข้อยกเว้น วันเกิด เฉพาะสำหรับ พระเจ้าอยู่หัว , สมเด็จพระราชินี ใช้

วันพระบรมราชสมภพ )

๒. ป่วย – ทรงพระประชวร ( พระราชา )

– ประชวร ( เจ้านาย พระราชวงศ์ , พระสังฆราช )

– อาพาธ ( พระ , เณร )

๓. ตาย – สวรรคต ( พระเจ้าอยู่หัว , พระราชินี , พระบรมราชชนนี , พระยุพราช ,

พระบรมราชกุมาร , พระบรมราชกุมารี , พระบรมราชวงศ์ที่ได้รับพระราชทาน

ฉัตร ๗ ชั้น )

– ทิวงคต ( เจ้าฟ้าที่ได้รับเฉลิมพระยศพิเศษ , พระราชาต่างประเทศ )

– สิ้นพระชนม์ ( สมเด็จเจ้าฟ้า , พระองค์เจ้า , สมเด็จพระสังฆราช )

– สิ้นชีพิตักษัย , ถึงชีพิตักษัย ( หม่อมเจ้า )

– ถึงแก่พิราลัย , ถึงพิราลัย ( เจ้าประเทศราช , สมเด็จเจ้าพระยา )

– ถึงแก่มรณภาพ , มรณภาพ ( พระ , เณร )

– ถึงแก่อสัญกรรม ( องคมนตรี , ประธานองคมนตรี , รัฐมนตรี , นายกรัฐมนตรี ,

ประธานสภา , เจ้าพระยา , ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น

ปฐมจุลจอมเกล้า , ประธานาธิบดีต่างประเทศ )

– ถึงแก่อนิจกรรม ( พระยา , ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย / ทุติยจุลจอมเกล้า )

– ถึงแก่กรรม , สิ้นชีวิต , เสียชีวิต , มรณะ ( สุภาพ )

– ล้ม ( สัตว์ )

๔. พูด – มีพระราชดำรัส , มีกระแสพระราชดำรัส ( พระราชา , พระราชินี , พระยุพราช ,

พระบรมราชกุมาร , พระบรมราชกุมารี )

– รับสั่ง , มีพระดำรัส ( พระราชวงศ์ )

– ดำรัส , ตรัส ( พระองค์เจ้า , หม่อมเจ้า )

( ข้อยกเว้น ตรัส , รับสั่ง สำหรับ พระราชา , พระราชินี , พระบรมราช

กุมาร , พระบรมราชกุมารี ใช้ในกรณีเรื่องธรรมดา )

๕. คำสอน – พระบรมราโชวาท ( พระราชา )

– พระโอวาท ( เจ้านาย พระราชวงศ์ )

๖. คำสั่ง – พระบรมราชโองการ ( พระราชา )

– พระราชเสาวนีย์ , พระเสาวนีย์ ( พระราชินี , พระราชชนนี )

– พระราชโองการ ( พระราชาต่างประเทศ )

– พระราชบัณฑูร ( พระบรมราชกุมาร )

– พระราชบัญชา ( พระบรมราชกุมารี )

– พระราชดำรัสสั่ง (พระยุพราช , พระบรมราชกุมาร , พระบรมราชกุมารี ,

พระราชวงศ์ )

– พระประศาสน์ ( สมเด็จเจ้าพระยา )

– บัญชา ( นายกรัฐมนตรี )

๗. คำทักทาย – พระราชปฏิสันถาร ( พระราชา , พระราชินี )

– พระปฏิสันถาร ( พระราชวงศ์ชั้นสูง )

– พระดำรัสทักทาย ( พระราชวงศ์ )

๘. ผลงานแต่ง – พระราชนิพนธ์ ( พระราช , พระราชินี , พระยุพราช , พระบรมราชกุมาร ,

พระบรมราชกุมารี, พระราชชนก, พระราชชนนี )

– พระนิพนธ์ ( พระบรมวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า – พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้า ) – นิพนธ์ ( หม่อมเจ้า )

คำสามัญ คำราชาศัพท์

ยา พระโอสถ

กระจก พระฉาย

ตุ้มหู พระกุณฑล

ประตู พระทวาร

คำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์

ภาษาไทยมีคำพูดที่ใช้กับพระภิกษุโดยเฉพาะอยู่ประเภทหนึ่ง บางทีก็เป็นคำที่พระภิกษุเป็นผู้ใช้เอง ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักกันหมดแล้ว เช่น คำว่า “ อาตมาภาพ ” หรือ “ อาตมา ”

มีความหมายเท่ากับ “ ฉัน ” บางคำก็ทั้งท่านใช้เองและเราใช้กับท่าน เช่น คำว่า “ ฉัน ” หมายถึง “ กิน ” เป็นต้น การพูดกับพระภิกษุต้องมีสัมมาคารวะ สำรวม ไม่ใช้ถ้อยคำที่เป็นไปในทำนองพูดเล่นหรือพูดพล่อย ๆ ซึ่งจะเป็นการขาดความเคารพไปสำหรับพระภิกษุ

เราจำเป็นต้องทราบราชทินนาม เรียกว่า พระภิกษุผู้ทรงสมณศักดิ์ ของพระภิกษุเรียงลำดับได้ดังนี้ เพื่อที่จะได้ใช้ได้อย่างถูกต้อง

– สมเด็จพระสังฆราช

– สมเด็จพระราชาคณะ หรือ ชั้น สุพรรณบัฎ คือ พระภิกษุที่มีราชทินนามนำหน้าด้วย

คำว่า “ สมเด็จพระ ”

– พระราชาคณะชั้นรอง

– พระราชาคณะชั้นธรรม พระราชาคณะชั้นนี้มักมีคำว่า “ ธรรม ” นำหน้า

– พระราชาคณะชั้นเทพ พระราชาคณะชั้นนี้มักมีคำว่า “ เทพ ” นำหน้า

– พระราชาคณะชั้นราช พระราชาคณะชั้นนี้มักมีคำว่า “ ราช ” นำหน้า

– พระราชาคณะชั้นสามัญ

– พระครูสัญญาบัตร , พระครูชั้นประทวน , พระครูฐานานุกรม

– พระเปรียญตั้งแต่ ๓ – ๙

การใช้คำพูดกับพระภิกษุทรงสมณศักดิ์ ที่ผิดกันมากคือชั้นสมเด็จพระราชาคณะ เห็นจะเป็นเพราะมีคำว่า “ สมเด็จ ” นำหน้าจึงเข้าใจว่าต้องใช้คำราชาศัพท์ ซึ่งผิด ความจริงแล้ว พระภิกษุทรงสมณศักดิ์ที่ต้องใช้ราชาศัพท์มีเฉพาะเพียงสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น เว้นแต่พระภิกษุรูปนั้น ๆ ท่านจะมีฐานันดรศักดิ์ทางพระราชวงศ์อยู่แล้ว

คำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์ที่ควรทราบ

๑. พระภิกษุที่เป็นพระราชวงศ์ ใช้ราชาศัพท์ตามลำดับชั้นแห่งพระราชวงศ์ สำหรับสมเด็จ

พระสังฆราชเจ้า ( สมเด็จพระสังฆราชที่เป็นพระราชวงศ์ ) ใช้ดังนี้

– คำขึ้นต้น ใช้ว่า ขอประทานกราบทูล ( กล่าวพระนามเต็ม )

– สรรพนามแทนผู้พูด ใช้ว่า ข้าพระพุทธเจ้า

– สรรพนามแทนพระองค์ท่าน ใช้ว่า ใต้ฝ่าพระบาท

– คำลงท้าย ใช้ว่า ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

๒. สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ใช้ราชาศัพท์เสมอพระเจ้า

วรวงศ์เธอ ( ที่มิได้ทรงกรม ) เช่น

– คำขึ้นต้น ใช้ว่า กราบทูล ( กล่าวพระนามเต็ม )

– สรรพนามแทนผู้พูด ใช้ว่า เกล้ากระหม่อม ( สำหรับชาย ) , เกล้ากระหม่อมฉัน

( สำหรับหญิง )

– สรรพนามแทนพระองค์ท่าน ใช้ว่า ฝ่าพระบาท

– คำลงท้าย ใช้ว่า ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

สรรพนามบุรุษที่ ๑ พระภิกษุใช้

คำที่ใช้ โอกาสที่ใช้

อาตมา พระภิกษุใช้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ใหญ่หรือมีฐานะตำแหน่งสูงในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ

อาตมาภาพ พระภิกษุใช้กับพระราชวงศ์ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป และใช้ในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การแสดงพระธรรมเทศนา

เกล้ากระผม พระภิกษุใช้กับพระภิกษุที่เป็นอุปัชฌาย์อาจารย์หรือที่ดำรงสมณศักดิ์สูงกว่า

ผม,กระผม พระภิกษุใช้กับพระภิกษุด้วยกันโดยทั่ว ๆ ไป

สรรพนามบุรุษที่ ๒ พระภิกษุใช้

คำที่ใช้ โอกาสที่ใช้

มหาบพิตร พระเจ้าแผ่นดิน

บพิตร พระราชวงค์

คุณโยม บิดา, มารดา, ญาติผู้ใหญ่หรือผู้ที่อาวุโสสูง

คุณ,เธอ ใช้กับบุคคลทั่วไป

 

สรรพนามบุรุษที่ ๒ ฆราวาสใช้

คำที่ใช้ โอกาสที่ใช้

พระคุณเจ้า ฆราวาสใช้กับสมเด็จพระราชาคณะ, รองสมเด็จพระราชาคณะ

พระคุณท่าน ฆราวาสใช้กับพระราชาคณะชั้นรองลงมา

ท่าน ใช้กับพระภิกษุทั่วไป

 

คำขานรับ พระภิกษุใช้

คำที่ใช้ โอกาสที่ใช้

ขอถวายพระพร พระราชวงศ์

เจริญพร ฆราวาสทั่วไป

ครับ,ขอรับ ใช้กับพระภิกษุด้วยกัน

 

ศัพท์สำหรับพระภิกษุที่พบบ่อย

คำที่ใช้ โอกาสที่ใช้

รูป ลักษณะนามสำหรับพระภิกษุสงฆ์

อาราธนา ขอเชิญ

เจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์

ภัตตาหาร อาหาร

ประเคน ยกของ(ด้วยมือ)ให้พระ

ฉัน กิน

ถวาย มอบให้

เครื่องไทยธรรม ของถวายพระ, ของทำบุญต่าง ๆ

อนุโมทนา ยินดีด้วย

อาสนะ, อาสน์สงฆ์ ที่นั่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s